ไข้หวัด ผู้ทานมังสวิรัต ผู้ป่วยHIV

ไข้หวัด  ผู้ทานมังสวิรัต ผู้ป่วยHIV

สาหร่ายเกลียวทองเบสสร้างภูมิคุ้มกันทำให้เป็นไขหวัดได้ยาก

สาหร่ายเกลียวทอง Best กับอาการไข้หวัด

ทุกคนคงรู้จักไข้หวัดกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครไม่เคยเป็นไข้หวัด อาการสำคัญของไข้หวัดคือ คัดจมูก น้ำมูกไหล บางทีก็มีอาการไอร่วมด้วย นอกจากนี้อาการข้างเคียงของไข้หวัดที่อาจเป็นได้ คือ มึนศีรษะ อ่อนเพลีย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ถ้าเป็นในเด็กเล็ก อาจมีไข้ขึ้นมาได้ด้วย เบื่ออาหาร บางทีอาจอาเจียนหรือไม่ทานอาหารไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ แต่ยังโชคดีที่ร่างกายคนเราสามารถสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำลายเชื้อตัวนี้ได้ แต่ภูมิต้านทานนี้มิได้คงอยู่ตลอดไป ดังนั้นการเป็นไข้หวัดจึงเป็นแล้วเป็นอีกได้ตลอดเวลา

ปกติเมื่อเรากินยาแก้ไข้หวัดมิได้หมายความว่ายาตัวนั้นเข้าไปฆ่าเชื้อไวรัสเป็นเพียงการแก้อาการเฉพาะหน้า เพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายมีเวลาในการสร้างภูมิต้านทาน มร.ไลนัส พอลลิง นักวิทยาศาสตร์ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลมาแล้ว เคยเสนอแนะให้กินวิตามินซีเป็นประจำวันละ 1 – 3 กรัม เพื่อป้องกันไข้หวัด และให้เพิ่มปริมาณทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าเริ่มจะติดเชื้อหวัด แต่ต้องเป็นวิตามินซีบริสุทธิ์ ไม่เจือปนน้ำตาลหรือ
สารปรุงแต่งกลิ่น สีและรส ขณะเดียวกันเคยมีรายงานบางชิ้นเสนอให้กินวิตามินซีถึง 10 – 15 กรัม / วันโดยเฉลี่ย จะช่วยให้โรคหวัดมีระยะเวลาติดเชื้อสั้นลงได้ อย่างไรก็ตามรายงานข้างต้นยังไม่เป็นที่ยืนยัน แต่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่า วิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี
พืชธรรมชาติอย่างสาหร่ายเกลียวทอง นอกจากมีวิตามินซีแล้ว ยังมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของวิตามินซี เพื่อช่วยสร้างภูมิต้านทานของร่างกายด้วย วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนก็จัดว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดก็มีอยู่มากในสาหร่ายเกลียวทองเช่นกัน นอกจากสาหร่ายเกลียวทองแล้ว กระเทียมก็มีสรรพคุณในการแก้เจ็บคอ หรือใช้น้ำผึ้งผสมมะนาวเติมเกลือเล็กน้อย ก็ช่วยให้ชุ่มคอ ลดการระคายเคืองได้ดี เนื้อว่านหางจระเข้ก็มีสรรพคุณช่วยป้องกันการติดเชื้อหวัดได้ และมีผลลดอาการไข้และอักเสบได้ด้วย สำคัญที่สุดคือ เมื่อเป็นไข้หวัด ร่างกายต้องการพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารและน้ำให้เพียงพอเพื่อจะได้ฟูมฟักภูมิต้านทานมาต่อสู้กับเชื้อหวัดได้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น การอาบน้ำเย็น และตัวให้อบอุ่นตลอดเวลา

 

สาหร่ายเบส18

สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดงดเว้นการบริโภคจำพวกเนื้อสัตว์ทุกชนิดแล้ว ยังไม่ดื่มนม หรือทานไข่ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะทุพโภชนาการหรือภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น การขาดกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 8 ชนิด (Essential Amino Acid) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ต้องหาจากอาหาร รวมทั้งวิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สำคัญแลจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างกล้ามเนื้อและเอนไซน์ต่างๆ

ในอดีตนักโภชนาการด้านมังสวิรัติต้องทานข้าวกล้องเสริม เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่บ้าง แต่ในปัจจุบันการกินสาหร่ายเกลียวทอง Best ร่วมด้วยก็เป็นทางเลือกที่นิยมเช่นกันมาก เพราะจะทำให้ได้รับกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 8 ชนิด ซึ่งมีอัตราการย่อยหรือความสามารถในการนำโปรตีนสุทธิไปใช้ได้มากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งมากกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ถึง 2 เท่า  นักมังสวิรัติโดยมากมักจะทานเต้าหู้ ถั่วเหลือง เพื่อให้ได้กรดอะมิโนจำเป็น กรดไขมันไม่อิ่มตัว และวิตามินอี ซึ่งสารอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีอยู่ครบถ้วนในสาหร่ายเกลียวทอง Best เช่นกัน นอกจากนี้ในสาหร่ายเกลียวทอง Best ยังมีกรดไขมันแกมมาไลโนเลนิก (Gamma Linolenic) และธาตุเซเลเนียม (Selenium) ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งเป็นสารช่วยสร้างฮอร์โมนพรอสตาเกนดิน (Prostagaindin Hormone) สำหรับสร้างวิตามินดี เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ทานมังสวิรัติควรทานวิตามินบี 12 เสริม เพราะในพืชผักส่วนใหญ่แทบทุกชนิดจะไม่สารอาหารที่มีวิตามินบี 12 อยู่เลย วิตามินชนิดนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของระบบประสาทและสมอง  และการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย ทั้งนี้การทานวิตามินเสริมอาจผิดต่อหลักการมังสวิรัติที่เคร่งครัด และวิตามิน B12 ที่เป็นชนิดแคปซูลโดยมากมักผลิตมาจากตับปลา ตัววัว หรือหอยนางรม ฯลฯ อีกทั้งแคปซูลที่บรรจุยังทำมาจากเจลลาตินซึ่งผลิตจากไขมันสัตว์ การกินสาหร่ายเกลียวทอง Best จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ทานมังสวิรัติแบบเคร่งครัด เพราะสาหร่ายเกลียวทองเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 และโครเมียมที่เป็นตัวสร้างวิตามินบี 12 จึงปราศจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ทุกประการ

การทานผักและผลไม้สดๆ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรปฏิบัติ เพราะในผักและผลไม้สดล้วนมีเอนไซม์จากพืชมาช่วยย่อยอาหารทดแทนการขาดเอนไซม์จากสัตว์ โดยผักผลไม้ที่ผ่านความร้อนหรือผ่านกระบวนการแปรรูป หรืออาหารสำเร็จรูปนั้น จะไม่ค่อยมีเอนไซม์หลงเหลือ เนื่องจากถูกทำลายสภาพไปเกือบหมดระหว่างกระบวนการแปรรูป และควรทานผักโขมที่มีธาตุเหล็กในปริมาณมาก เพื่อให้ร่างกายได้นำเอาธาตุเหล็กไปใช้ในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ธาตุเหล็กนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคโลหิตจางอีกด้ย โดยปกติธาตุเหล็กจะมีอยู่มากในเนื้อสัตว์ เครื่องใน และอาหารทะเล นักมังสวิรัติที่งดทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด จึงนิยมทานสาหร่ายเกลียวทอง Best ควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารดังกล่าวที่เพียงพอต่อร่างกาย

     สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association) ได้รายงานว่า นักมังสวิรัติส่วนใหญ่จะมีอายุยืนยาว เพราะไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจ หรือเบาหวาน ไม่ค่อยประสบปัญหาโรคอ้วน ไม่ค่อยเป็นโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งมะเร็งบางชนิด เพราะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและครบถ้วน รวมถึงการที่ได้บริโภคโฟเลต (วิตามินบี 9) วิตามินซี วิตามินดี แคโรทีนอยด์ และสารอาหารจากพืชเป็นประจำในปริมาณสูง ซึ่งสารอาหารดังกล่าวนี้มีอยู่ในสาหร่ายเกลียวทอง Best เช่นเดียวกัน
สาหร่ายเบส19

ขณะนี้ National Cancer Institute ได้คัดสารสกัดจากสิ่งมีชีวิตในทะเลมากกว่า 18,000 ชนิด เพื่อหาตัวยาที่สามารถยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ไวรัสหรือเชื้อรา และที่สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ ในปี 1986 National Cancer Institute ได้เริ่มทดสอบสารสกัดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เพื่อใช้ยับยั้งไวรัสเอดส์และมะเร็งกว่า 100 ประเภท

3 ปีต่อมา National Cancer Institute ก็ประกาศว่า สารสกัดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินให้ผลเป็นที่น่าพอใจต่อเชื้อไวรัสเอดส์ สารสกัดที่ว่านี้คือ สารธรรมชาติ ซัลโฟไลปิด (Sulfolipid) ที่มีอยู่ในกลัยโคไลปิด (glycolipid) ของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินนั่นเอง National Cancer Institute ได้จัดสารนี้เป็นสารอันดับแรก ๆ เพื่อทำการทดลองต่อและได้ทดลองกับสัตว์มานับปีแล้ว

National Cancer Institute ย้ำว่าการทดลองโครงการที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งที่จะทดลองกับมนุษย์ที่ติดเชื้อเอดส์นั้น ยังไม่สามารถกระทำได้จนกว่าจะสามารถผลิตสารซัสโฟไลปิดได้ในปริมาณมากพอ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ยังได้ให้ความคิดเห็นต่ออีกว่า ถ้าซัลโฟไลปิดมีผลต่อเชื้อเอดส์ได้ การใช้สาหร่ายเกลียวทอง ร่วมกับยาอย่าง AZT ก็จะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้สารสกัดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เช่น Lyngbya, Anabaena, Phormidium และ Oscillatoria ซึ่งอยู่ในครอบครัวเดียวกับสาหร่ายเกลียวทอง องค์ประกอบ 4-8% เป็นซัลโดไลปิด สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดนี้สามารถทำการเพาะเลี้ยงโดยบังคับให้มีปริมาณไลปิดสูงๆ ได้ ดังนั้นเชื่อว่าในไม่ช้าก็จะสามารถเพาะเลี้ยงและนำมาสกัดสารยับยั้งมะเร็งและและเชื้อไวรัสเอดส์ได้

 

องค์ประกอบของสาหร่าย

อาหารขั้นพื้นฐานที่สุด เมื่อชีวิตแรกอุบัติขึ้นบนพื้นผิวของโลกนั้น น่าจะเป็นเพียงแค่เซลล์เดียวธรรมดา ล่องลอยอยู่ในสารชีวเคมีเข้มข้นที่ประกอบกันขึ้นเป็นน้ำของดาวเคราะห์ดวงนี้ สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่บนบกและมี หลายเซลล์ซับซ้อนนั้น เคยเป็นพวกแรกๆ ที่ได้ผ่านช่วงเวลาแห่งวิวัฒนาการมาสู่อนาคตในระยะเริ่มต้นของยุคดึกดำบรรพ์ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ล่องลอยอยู่ในน้ำอย่างสงบสุขและอบอุ่นภายใต้แสงอาทิตย์ เริ่มกลายเป็นเสมือนโรงงานจุลเคมีที่ผลิตโปรตีน

, คาร์โบไฮเดรท, กรดอะมิโน, วิตามิน, เอนไซม์, และสารเคมีชีวภาพอื่นๆ ที่เราได้ทราบกันต่อมาว่า มีอยู่ในห้วงจักรวาล

จากการเปลี่ยนแปลงอันน่ามหัศจรรย์โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน รูปแบบของชีวิตได้พัฒนาผ่านช่วงเวลานับพันๆ ปี สิ่งที่สืบทอดมาจากเซลล์ที่พัฒนาแล้วเหล่านี้ ยังคงดำรงระบบการแปรรูป

พลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นอาหารอันบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง โรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กจิ๋วแต่ทรหดเหล่านี้ก็คือสาหร่าย (Algae)
สาหร่ายเซลล์เดียวที่ถูกจำแนกพวกให้เป็น Monera ตามความหมายทางชีววิทยา คือโรงงานผลิตอาหารแห่งแรกของโลก ซึ่งต้องอาศัยพลังงานของดวงอาทิตย์ในการสร้างสรรค์สาร อาหารบำรุงเลี้ยงชีวิตโดยผ่าน กระบวนการสังเคราะห์แสง ความเรียบง่ายของสาหร่ายช่วยลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นและการสูญเสียพลังงานลง ทำให้เซลล์สามารถมุ่งเน้นเฉพาะกิจกรรม การผลิตอาหาร แต่เพียงอย่างเดียวสำหรับคนที่สนใจในความบริสุทธิ์ของอาหาร คำกล่าวที่ว่าให้รับประทาน “สิ่งที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร” เป็นความจริงที่ไม่ต้องท้าพิสูจน์มาเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากอาหารที่เรียบง่าย แสดงว่าเป็นอาหารที่มีความเข้มข้นของการปนเปื้อนน้อยกว่า สาหร่ายมิใช่จะอยู่ในส่วนล่างสุดของห่วงโซ่อาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานและเป็นจุดแรกเริ่มที่สร้างอาหารขึ้นด้วย

 

องค์ประกอบทางเคมีของสาหร่ายเกลียวทอง 

การวิเคราะห์ทางเคมี ของสาหร่ายเกลียวทอง ส่วนประกอบอื่น
โปรตีน
71.0%
เส้นใยธรรมชาติ
0.9%
คาร์โบไฮเดรท
16.9%
ไขมัน
7.0%
โคเลสเตอรอล น้อยกว่า
0.05%
ความชื้น
7.0%
กรดนิวคลีอิก
4.5%
คาโรทีนอยด์
0.4%
คลอโรฟิลล์
0.8%
โปรตีนธรรมชาติ
(%N ด 6.25)
71% (ค่าเฉลี่ย)
การวิเคราะห์วิตามิน ของสาหร่ายเกลียวทอง กรดอะมิโนจำเป็น
ไบโอติน
0.4 mg./kg.
วิตามินบี 12
2 mg./kg.
ดี-คา-แพนโทธีเนท
11 mg./kg.
กรดโฟลิก
0.5 mg./kg.
ไอโนซิโทล
350 mg./kg.
กรดนิโคตินิก
118 mg./kg.
วิตามินบี 6
3 mg./kg.
วิตามินบี 2
40 mg./kg.
วิตามินบี 1
55 mg./kg.
วิตามินบี E
190 mg./kg.
ไอโซลิวซีน
4.1%
ลิวซีน
5.8%
ไลซีน
4.0%
เมธิโอนีน
2.2%
เฟนีลอะลานีน
4.0%
เธรโอนีน
4.2%
ทริพโตเฟน
1.1%
วาลีน
6.0%
การวิเคราะห์แร่ธาตุของสาหร่ายเกลียวทอง กรดอะมิโนจำเป็น
แคลเซียม
1315 mg./kg.
ฟอสฟอรัส
8942 mg./kg.
เหล็ก
580 mg./kg.
โซเดียม
412 mg./kg.
แมกนีเซียม
1915 mg./kg.
มังกานีส
25 mg./kg.
สังกะสี
39 mg./kg.
โปตัสเซียม
15400 mg./kg.
ซีลีเนียม
0.4 mg./kg.
อะลานีน
5.8%
อาร์จินีน
6.0%
กรดแอสพาร์ติก
6.4%
ซีสทีน
0.7%
กรดกลูตามิก
8.9%
กลัยซีน
3.5%
ฮิสติดีน
1.1%
โพรลีน
3.0%
ซีรีน
               4.0%
ไทโรซีน
4.6%

สาหร่ายเบส1

โทร.สั่งสาหร่ายเกลียวทอง

โทร. 081-9140148 Line id: herbal-center