อาหารเสริมช่วยลดโรคโลหิตจาง/เลือดจาง อาหารเสริมลดคอเรสเตอรอสและบำรุงโรคหัวใจ

อาหารเสริมช่วยลดโรคโลหิตจาง/เลือดจาง อาหารเสริมลดคอเรสเตอรอสและบำรุงโรคหัวใจ
อาหารเสริมช่วยลดโรคโลหิตจาง/เลือดจาง
สาหร่ายเกลียวทอง
เสริมอาหารด้วยสาหร่ายเกลียวทองช่วยลดโรคโลหิตจาง/เลือดจาง
โลหิตจางอันเนื่องมาจากขาดธาตุเหล็กจะพบมากที่สุดในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี เหตุเนื่องมาจากการกินอาหารที่ผิดๆ และผู้หญิงยังมีโอกาสสูญเสียธาตุเหล็กในร่างกายมากว่าผู้ชาย เพราะจะสูญเสียเลือดไปกับมีประจำเดือน และจากการคลอดบุตร การสูญเสียเลือดอันเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ ก่อให้เกิดอาการโลหิตจางได้เช่นกัน เช่น การสูญเสียเลือดจากบาดแผลภายนอกการผ่าตัดเป็นแผลในกระเพาะ หรือสีดวงทวาร และโรคโลหิตจางบางชนิดเฉียบพลัน สาเหตุเกิดจากการขาดวิตามินบี 12 อาหารที่กำหนดให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางรับประทานนั้นต้องเป็นอาหารที่มีแคลอรี่สูงมีโปรตีนและวิตามินมากรวมทั้งต้องมีธาตุเหล็ก และสารอาหารจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งในสาหร่ายเกลียวทอง Best จะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่มีมากกว่าผักโขมถึง 58 เท่า และมีวิตามินบี 12 มากกว่าไข่ไก่ถึงร้อยเท่า ทำให้ผู้บริโภคที่มีโลหิตจางฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น
สาหร่ายเบส10
อาหารเสริมลดคอเรสเตอรอล ลดไขมันในเลือด และบำรุงโรคหัวใจด้วยสาหร่ายเกลียวทอง

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าคอเลสเตอรอลในเลือด คือ ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษยชาติเป็นอันดับต้นๆของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด ดังนั้น วิธีป้องกันโรคที่ต้นเหตุนอกจากจะต้องปรับปรุงและควบคุมเรื่องของอาหารการกินแล้ว ยังได้มีการค้นคว้าเพื่อหาสารอาหารธรรมชาติที่มีผลต่อการลดระดับของคอเลสเตอรอลในร่างกาย สาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจทำการค้นคว้าวิจัย และได้เริ่มมีการทดลองในหนู โดยผลการทดลองทางแล็บพบว่า สาหร่ายเกลียวทองสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองได้โดยไม่มีอันตราย หลังจากนั้น จึงได้มีการหันมาทดสอบกับมนุษย์ โดยทำการทดลองกับผู้ชายจำนวน 30 คนที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย และมีปริมาณไขมันในเลือดสูง ผลปรากฏว่า ภายหลังจากที่ได้รับประทานสาหร่ายเกลียวทองผ่านไป 8 สัปดาห์ ชายเหล่านั้นมีระดับคอเลสเตอรอลและปริมาณไตรกลีเซอไรด์ลดลง ทั้งที่ชายเหล่านั้น ไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคอาหารในแต่ละวันแต่อย่างใด เพียงแต่รับประทานสาหร่ายเกลียวทองเพิ่มไปด้วยเท่านั้น

การทดลองนี้ Department of Internal Medicine แห่ง Tokai University ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการค้นคว้าวิจัยและได้ สรุปว่าสาหร่ายเกลียวทองมีผลทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดลดต่ำลง และมีแนวโน้มในทางที่เป็นผลดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ทั้งนี้เพราะตัวชี้วัดการเกิดหลอดเลือดตีบแข็งดีขึ้น และไม่พบว่ามีผลข้างเคียง นอกจากนี้ได้มีเอกสารสิ่งตีพิมพ์เพื่อยืนยันถึงงานวิจัยที่พบว่า GLA (Gamma Linolenic Acid) ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ สาหร่ายเกลียวทองมี GLA ในปริมาณสูง ดังนั้นผู้ที่รับประทานสาหร่ายเกลียวทองก็ได้รับสาร GLA นี้ด้วย และเมื่อรับประทานสาหร่ายเกลียวทองเป็นประจำจึงส่งผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง

สาหร่ายเกลียวทองหรือสาหร่ายสไปรูลิน่าอุดมไปด้วยกรดไขมันแกมมาไลโนเลนิก (Gamma Linolenic Acid – GLA) ที่มีผลช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำได้ GLA นี้เป็นกรดไขมันที่จำเป็นจัดอยู่ในกลุ่มของโอเมก้า 6 เช่นเดียวกับน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส สาหร่ายเกลียวทอง 2500 mg จะมีความสามารถในการลดระดับไขมัน LDL (Low Density Lipoprotein) และช่วยเพิ่มไขมัน HDL (High Density Lipoprotein) เทียบเท่ากับน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส 1 แคปซูล

ในทางการแพทย์พบว่า HDL เป็นไขมันดี ซึ่งถ้าหากมีปริมาณ HDL ในเลือดสูงจำนำคอเรสเตอรอลที่สะสมในเลือดกลับไปยังตับ ผลลัพธ์ที่ได้คือคอเลสเตอรอลในเลือดจะลดต่ำลง เนื่องจากนี้วิตามินบีรวมโดยเฉพาะวิตามิน บี3 เป็นวิตามินที่มีพร้อมอยู่แล้วในสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งมีส่วนช่วยทำหน้าที่ของ GLA ด้วยเช่นเดียวกัน ผลตามมาของการลดไขมันเลวในเลือดก็คือ สาหร่ายเกลียวทองช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง และป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือด รวมทั้งลดภาวะไตขาดเลือดและยังช่วยทำให้ไตทำงานให้ดีขึ้น

ได้มีทดลองเกี่ยวกับสาหร่ายเกลียวทองในนานาประเทศ เช่น อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการค้นคว้าวิจัยต่างยืนยันถึงคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอล และทำให้หลอดเลือดแดงของหัวใจทำงานดีขึ้น รวมทั้งลดความดันโลหิต ซึ่งผลการศึกษาได้ยืนยันตรงกันว่า สาหร่ายเกลียวทองสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้จริง เมื่อระบบเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้หัวใจได้รับสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงได้ดีขึ้น หัวใจไม่ต้องทำงานหนักหัวใจไม่ต้องการเลือดเพิ่ม จึงไม่ก่อให้เกิดภาวะการขาดเลือด สุขภาพหัวใจก็จะเป็นปกติ หัวใจของมนุษย์ปกติจะเต้นราววันละ 1 แสนครั้ง หรือปีละะ 36.5 ล้านครั้ง เมื่อมีอายุ 60 ปีขึ้นไป หัวใจต้องเต้นถึง 2 พันล้านครั้ง โดยไม่หยุดพักและไม่ผิดจังหวะ แม้แต่ครั้งเดียว เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเป็นเซลล์เนื้อเรียบที่มีความอดทนมาก แม้ในขณะที่หัวใจหยุดเต้นแล้ว เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจก็ยังไม่ยอมตาย และยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานถึง 8 นาที ถ้าสามารถแก้ไขได้ทันหัวใจก็อาจจะสามารถกลับมาเต้นทำงานเป็นปกติได้ ดังนั้น เราจึงต้องถนอมหัวใจที่ทำงานให้เราอย่างซื่อสัตย์ที่สุด และดูแลความเป็นอยู่ของหัวใจด้วยการให้อาหารที่ดี ไม่ปล่อยให้หัวใจทำงานหนัหักโหมจนเกินไป

 

12 วิธีลดโคเลสเตอรอล (ไขมันในเลือด)

(1). กินไข่พอประมาณ

  • ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ทบทวนการวิจัยเร็วๆ นี้พบว่า ไข่ไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง
  • คนที่มีสุขภาพดีกินไข่วันละ 1 ฟองได้ และควรลดอาหารไขมันสูงอื่นๆ โดยเฉพาะถ้าวันไหนกินไข่ ให้ลดอาหารประเภท “ผัดๆ ทอดๆ” ในวันนั้นด้วยจึงจะดี
  • ไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล… ถ้าชอบเมนูไข่ และอยากกินไข่มากๆ อาจเลือกใช้ไข่แดง 1 ฟอง เพิ่มไข่ขาวไปอีกได้
  • แน่นอนว่า ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง… ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนเสมอ

(2). ลดไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว

  • ประมาณ 80% มาจากการสร้างของตับเพื่อใช้ในการสร้างผนังเซลล์ น้ำดี ฮอร์โมน และวิตามิน D ที่เหลือประมาณ 20% มาจากอาหาร
  • ควรเน้นการลดอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว (มีมากในกะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็มส่วน และการกินเนื้อมากเกิน) หรือไขมันทรานส์ (มีมากในเนยขาว เนยเทียม คอฟฟี่เมต ครีมเทียม เบเกอรี อาหารฟาสต์ฟูด ขนมกรุบกรอบสำเร็จรูป) เป็นหลัก เนื่องจากอาหารเหล่านี้ทำให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น
  • การลดโคเลสเตอรอลในอาหาร (มีมากในเครื่องในสัตว์ น้ำมันสัตว์ เช่น น้ำมันหมู เนื้อติดมัน หนังสัตว์ปีก ฯลฯ อาหารทะเลที่ไม่ใช่ปลาและปลิงทะเล) มีผลน้อยกว่าการลดไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
  • ควรลดเนื้อแดงหรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย หมู แพะ แกะ ฯลฯ ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง กินปลา สัตว์ปีกที่นำหนังออก หรือโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ฯลฯ แทน

 

(3). กินเส้นใย (ไฟเบอร์) ชนิดละลายน้ำ

  • น้ำดีมีโคเลสเตอรอลปนอยู่ค่อนข้างมาก ถ้าไม่กินเส้นใยชนิดละลายน้ำเลย โคเลสเตอรอลในน้ำดีจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในร่างกาย
  • พืชหลายชนิดมีเส้นใยชนิดละลายน้ำสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่ว นัท (ถั่วเปลือกแข็ง) ผลไม้หลายชนิด (เช่น แอปเปิล ฯลฯ) ฯลฯ ผักที่มีเมือกลื่น (เช่น กระเจี๊ยบ มะเขือเทศ ผักปัง ฯลฯ)
  • เส้นใยชนิดละลายน้ำทำให้อิ่มได้นาน เหมาะที่จะใช้เสริมในโปรแกรมลดความอ้วน ช่วยจับโคเลสเตอรอลในน้ำดี และขับออกไปทางอุจจาระ ทำให้โคเลสเตอรอลต่ำลงได้

 

(4). กินผักผลไม้และถั่ว

  • กินผักหลายๆ สี (ควรรวมหอมแดงด้วย เนื่องจากผลไม้เขตร้อนไม่ค่อยมีสี “ม่วง-คราม-น้ำเงิน” จะได้ครบสีรุ้ง) และผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล เช่น ฝรั่ง ส้ม ส้มโอ แอปเปิล มะละกอ กล้วยไม่สุกจัด ฯลฯ วันละ 5 ส่วนบริโภคหรือ 5 เสิร์ฟ
  • 1 serving = 1 เสิร์ฟ = กล้วยขนาดกลางหรือส้มขนาดกลาง 1 ผล = ฝ่ามือไม่รวมนิ้วมือ ขนาดความหนาประมาณข้อปลายนิ้วก้อยของคนๆ นั้น ถ้าเป็นผักสุก… ปริมาตรจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง
  • ถั่วมีเส้นใยชนิดละลายน้ำสูง ทำให้อิ่มนาน และใช้เสริมโปรแกรมลดความอ้วนได้ (ถ้าไม่กินมากเกิน) ควรกินถั่วหรือผลิตภัณฑ์ถั่ว เช่น เต้าหู้ ฯลฯ อย่างน้อยวันละ 1 ส่วน (ประมาณ 1 กำมือ)
  • ควรลดผลไม้หวานจัด เช่น ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน ฯลฯ และผลไม้แห้งให้น้อยลง (ผลไม้แห้งให้กำลังงานสูงเป็น 2-3 เท่าของผลไม้สด)
  • ไม่ควรกินผลไม้คราวละมากๆ เช่น มากเกิน 8 ชิ้นคำต่อมื้อ ฯลฯ เนื่องจากอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูง และตามมาด้วยไขมันไตรกลีเซอไรด์(ผู้ช่วยฝ่ายร้าย)สูงได้

 

(5). เลือกน้ำมันพืช

  • เลือกน้ำมันพืชที่มีจุดเกิดควันสูง เพื่อป้องกันมะเร็ง มีไขมันอิ่มตัวต่ำ (กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมูมีไขมันอิ่มตัวสูง) และมีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fat) สูง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนลา น้ำมันเมล็ดชา ฯลฯ
  • น้ำมันมะกอกมีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง แต่ไม่ทนความร้อน เหมาะกับการทำอาหารประเภทสลัด
  • ข้อดีของน้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูงคือ มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ด้วย เพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ด้วยไปพร้อมๆ กัน
  • น้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งสูงและจุดเกิดควันสูงคือ น้ำมันทานตะวัน ช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) แต่ไม่ช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

 

(6). กินปลา

  • ตัวละครหลักในเรื่องโคเลสเตอรอลมี 3 ตัวได้แก่ โคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) ทำหน้าที่ขนไขมันไปทิ้งไว้ตามผนังหลอดเลือด โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ทำหน้าที่เก็บขยะหรือคราบไขตามผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดสะอาด และไขมันไตรกลีเซอไรด์หรือผู้ช่วยฝ่ายร้าย (triglycerides)
  • โอเมกา-3 จากปลา(ปลาทะเลมีมากกว่าปลาน้ำจืด) ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ หรือผู้ช่วยฝ่ายร้ายให้น้อยลงได้
  • ปลาที่ง่ายและดีกับสุขภาพก็ไม่ใช่ปลาแสนแพงอะไรที่ไหน ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศกินกับหอมแดง บีบมะนาว ใส่พริก ทำยำปลากระป๋องก็ใช้ได้เลย ปลากระป๋องไม่ใช่ของดอง แต่เป็นปลาที่ผ่านความร้อน เติมซอสและเครื่องปรุงก่อนบรรจุกระป๋องอย่างดี
  • ปลาที่ดีกับสุขภาพจริงๆ ควรเป็นปลาที่ไม่ผ่านการทอด เนื่องจากเวลาทอด… น้ำมันปลาจะซึมออก น้ำมันที่ใช้ทอดจะซึมเข้า นอกจากนั้นความร้อนจากการทอดยังทำให้น้ำมันปลาบางส่วนเสื่อมสภาพกลายเป็นไขมันทรานส์ได้ด้วย

 

(7). ไม่กินข้าวหรือแป้งมากเกิน

  • การกินข้าวหรือแป้งมากเกินทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารสูง ทำให้ตับสร้างไขมันไตรกลีเซอไรด์ หรือผู้ช่วยฝ่ายร้ายเพิ่มขึ้น
  • ถ้าต้องการลดความอ้วน หรืออายุ 30 ปีขึ้นไป… ควรลดข้าวลงสัก 1 ใน 3 เติมผักเติมถั่วลงไปแทน นั่งลง กินช้าๆ อิ่มแล้วหยุด กินอาหารมื้อเล็กลง วันละ 4 มื้อ (เช้า-สาย-เที่ยง-เย็น) เพื่อป้องกันไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง
  • การศึกษาในอังกฤษพบว่า การกินซุปก่อนอาหารหรือพร้อมอาหารทำให้อิ่มได้นานขึ้น แนวคิดนี้นำไปใช้เสริมโปรแกรมลดความอ้วนได้ โดยการดื่มอาหารเหลวข้นเสริม เช่น น้ำข้าวโอ๊ต ซุป น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ

 

(8). เปลี่ยนผลิตภัณฑ์นม

  • เปลี่ยนผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็ม (whole milk) เป็นนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (non-fat) และเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำตาลต่ำเสมอ
  • นมไขมันเต็มมีไขมันอิ่มตัวสูง

 

(9). เปลี่ยนข้าวและแป้ง

  • เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) เพื่อเพิ่มเส้นใย (ไฟเบอร์) และเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

 

(10). ออกแรง-ออกกำลัง

  • การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำมีส่วนช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์หรือผู้ช่วยฝ่ายร้าย ลด LDL หรือโคเลสเตอรอลชนิดเลว และถ้าออกแรงมากหรือนานพอก็เพิ่ม HDL หรือโคเลสเตอรอลชนิดดีได้ด้วย
  • ควรออกแรง-ออกกำลังเทียบเท่าการเดินเร็วอย่างน้อยวันละ 30 นาที ขึ้นลงบันไดตามโอกาส ทำงานบ้าน และหาทางออกแรงเป็นประจำ เช่น ดู TV ไปถีบจักรยานอยู่กับที่ไป ฯลฯ
  • ไม่จำเป็นต้องออกกำลังรวดเดียว 30 นาที จะออกแรง-ออกกำลังเป็นช่วงๆ เช่น คราวละ 10 นาที ฯลฯ หลายๆ ยก นำเวลามารวมกันก็ได้

 

(11). เลิกบุหรี่

  • บุหรี่มีส่วนทำให้ HDL หรือโคเลสเตอรอลฝ่ายดีลดลง การเลิกบุหรี่จะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นได้มาก รวมทั้งลดการอักเสบของผนังหลอดเลือดด้วย

 

(12). ลดน้ำหนัก

  • ถ้าอ้วน อ้วนลงพุง หรือน้ำหนักเกิน… การลดน้ำหนัก 2.3-4.6 กิโลกรัมช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และผู้ช่วยฝ่ายร้าย(ไตรกลีเซอไรด์)ให้น้อยลงได้
  • วิธีตรวจว่า อ้วนลงพุงหรือไม่ ทำได้โดยใช้สายวัดรอบเอว(ตรงที่กว้างที่สุด) ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร
  • วิธีตรวจว่า น้ำหนักเกินหรือไม่ ทำได้โดยนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง จะได้ค่าดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) ซึ่งคนไทยไม่ควรเกิน 22.9